วันพุธ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 20.20 น.
รัฐสภาถก กม.ลูกเข้ามาตรา 23 สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์เดือดพลั่ก ฝ่ายค้านเริ่มแผลงฤทธิ์ตีรวนขอปิดประชุมดื้อๆ ด้าน ‘หมอระวี’ แจงหาร 500 สกัดแลนด์สไลด์แค่ผลพลอยได้ แต่เป็นไปตามรธน.60 ฉบับปราบโกง ด้าน‘ชลน่าน’ ฉุนกึ๊กด่า‘สภาฯเผด็จการ’
6 ก.ค.2565 เมื่อวลา17.50น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. พ.ศ…. ได้เริ่มเข้าสู่มาตรา 23 เรื่องวิธีการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ จะใช้สูตร 100 หรือ 500 หาร แต่นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย หารือว่า วันนี้อภิปรายมาทั้งวัน และมาตรา23 เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มาก จึงน่าจะให้เวลาและโอกาสไปตั้งสติ การอภิปรายวันนี้น่าจะเพียงพอแล้ว ขอหารือเฉยๆ แต่ไม่ขอนับองค์ประชุมใดๆทั้งสิ้น แต่นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ และนายสมชาย แสวงการ ส.ว.ยืนยันที่ประชุมรัฐสภามีความพร้อมประชุมต่อ
ทำให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ลุกขึ้นกล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ถูกดึง ชะลอ ดูแล้วกระบวนการคงไม่เสร็จสิ้นในวันนี้ แม้จะนัดประชุมอีก 2 นัด ในวันที่ 26-27 ก.ค. แต่ขณะนี้มีความไม่ปกติเกิดขึ้นในร่างกฎหมาย มีคำสั่งจากฝ่ายบริหารให้เปลี่ยนแปลงมติ ควรให้เวลาสมาชิกพิจารณาจะลงมติอย่างไร เดินหน้าต่อก็ไม่ใช่ว่า จะพิจารณาได้เสร็จวันนี้ ควรปิดประชุมไปก่อน เพื่อกลับไปคิด 1-2 สัปดาห์ ฝ่ายค้านอาจจะเห็นด้วยกันท่านก็ได้ ให้สังคมได้มีเวลาพิจารณา ตนไม่อยากใช้วิธี ให้การประชุมเดินต่อไม่ได้ แต่นายชวนยืนยันให้อภิปรายต่อไป เท่าที่เวลาจะอำนวย จากนั้นจึงเริ่มอภิปราย มาตรา 23
จากนั้นนพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อยที่สงวนคำแปรญัตติ อภิปรายว่า เป้าหมายการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อให้หารด้วย 500 ไม่ใช่เพื่อสกัดแลนด์สไลด์ อาจเป็นเพียงผลพลอยได้ แต่เป้าหมายคือ ขับเคลื่อนประเทศตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ให้มี ส.ส.พึงมี ระบบจัดสรรปันส่วนผสม เป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง และคะแนนเสียงไม่ตกน้ำ การมีระบบจัดสรรปันส่วนผสม เพื่อป้องกันเผด็จการรัฐสภา เป็นการจัดสรรส.ส.ให้กระจายแก่พรรคเล็กๆ มีผลพลอยได้ให้พรรคเล็กไม่สูญพันธุ์ อาจเข้ามาในสภาได้ 4-5 พรรค และสกัดแลนด์สไลด์ของบางพรรค
“ยืนยันการคำนวณโดยวิธีหาร 500 ก็สัมพันธ์กับรัฐธรรมนูญ มาตรา91 ที่บอกให้การคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อให้นำมาคำนวณให้เป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์โดยตรงกับจำนวนคะแนนรวมเช่นกัน เหมือนกับการหารด้วย 100 และทุกมาตราในรัฐธรรมนูญล้วนมีผลบังคับใช้ ไม่มีมาตราใดเป็นติ่ง การหารด้วย 500 ไม่ได้ผิดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ แต่ถ้าครั้งหน้าใช้วิธีหาร 100 ต้องได้คะแนน 370,000 คะแนน ถึงได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถือว่าเป็นธรรมต่อพรรคเล็กหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา27 บอกไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เท่าเทียมและไม่เป็นธรรม”นพ.ระวี กล่าว
ด้านนายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะกมธ.ฯเสียงข้างมาก ชี้แจงว่า สูตรหาร 500 ขัดหลักการร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่รับหลักการมา กมธ.เสียงข้างมากจึงลงมติให้หารด้วย 100 ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญฉบับที่แก้ไขเป็นบัตร 2 ใบ ไม่ได้ยึดจากเจตนารมณ์ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 การใช้ 500 หาร ทำไม่ได้ เพราะขัดรัฐธรรมนูญฉบับที่แก้ไข เหตุที่สูตรหาร 500 กมธ.รับไม่ได้เพราะมองจะเกิดปัญหาต่อการเลือกตั้ง
ขณะที่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ขอหารือว่า ขอตั้งข้อสังเกตรายงานฉบับนี้ไม่สมบูรณ์ เพราะไม่มีความเห็นของกมธ.เสียงข้างมากประกอบ มีแต่ความเห็นของกมธ.เสียงข้างน้อย ทั้งที่ในชั้นการพิจารณามีความเห็นของกมธ.เสียงข้างมาก จึงควรวินิจฉัยก่อนจะให้แปรญัตติได้หรือไม่ การจะทำอะไรต้องยึดหลัก
“สมัยก่อนมีการกล่าวหาเผด็จการรัฐสภา แต่ระวังถ้าขณะนี้มีการสั่งการเอา 500 หาร จะไม่ใช่เผด็จการรัฐสภา แต่เป็นสภาเผด็จการคือ สภาที่ถูกครอบงำด้วยเผด็จการ จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” ผู้นำฝ่ายค้านฯ ระบุ
จากนั้นที่ประชุมเปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายแสดงความคิดเห็น โดย กมธ.เสียงข้างน้อยหลายคน อาทิ พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) อภิปรายสนับสนุนให้ใช้สูตร 500 หารเพื่อคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยยืนยันว่าไม่ขัดหลักการและไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะทุกร่างกฎหมายที่เสนอมา ไม่มีร่างฉบับใด หรือรัฐธรรมนูญมาตรา 91 ก็ไม่ได้ระบุให้การคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อใช้วิธีหารด้วย 100 หรือ 500 จึงไม่ขัดหลักการแน่นอน กรณีที่เกิดปัญหาขึ้นถือเป็นความผิดของทุกฝ่าย ที่ละเลยไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 83 86 และ 91 ไปด้วย หากจะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญในอนาคต ก็คงไม่มีใครขัดข้อง
ทั้งนี้ ระหว่างที่กมธ.เสียงข้างน้อยอภิปราย ปรากฏว่า ส.ส.เพื่อไทย อาทิ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี คอยประท้วงตลอดเวลาว่า ไม่สามารถแปรญัตติในสิ่งที่ขัดกับหลักการของร่างกฎหมายได้ ทำให้การประชุมดำเนินไปอย่างไม่ต่อเนื่อง จนนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ที่สลับมาทำหน้าที่ประธานการประชุม ต้องคอยไกล่เกลี่ยและชี้แจง ควบคุมการประชุมให้ดำเนินการต่อไปได้
ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกมธ.เสียงข้างมาก ชี้แจงว่า แม้ไม่มีการบอกตรงๆให้ใช้ 100 หาร ในร่างกฎหมาย แต่ตนเคยถาม กมธ.ที่เป็นคณะกรรมการกาาเลือกตั้ง(กกต.) ในฐานะเป็นเจ้าของกฎหมายว่า การเขียนรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 91 ที่ระบุถึงวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อให้คำนวณตามสัดส่วนแบบสัมพันธ์กันโดยตรง มีความหมายว่าอย่างไร กมธ.ที่เป็นตัวแทนจาก กกต. ตอบชัดเจนว่า ให้คำนวณไปตามรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 คือการหารด้วย 100
“เรื่องนี้มีเอกสารเยอะ ยังไงต้องเอารายงานการประชุมไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อมีการพิจารณาเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ การใช้ 500 หารไม่สามารถทำได้ เพราะเมื่อประชาชนเลือกส.ส.บัญชีรายชื่อมา แต่ไปกำหนดว่า ถ้าได้คะแนนเกิน ก็ไม่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถามว่าเป็นไปตามเจตนารมณ์ประชาชนตรงไหน” นายไพบูลย์ กล่าว
-001